วันพฤหัสบดีที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2556

52 เคล็ดวิชาเปลี่ยนคนธรรมดาให้เป็นอัจฉริยะ (The Little Book of Talent)

หนังสือ "52 เคล็ดวิชาเปลี่ยนคนธรรมดาให้เป็นอัจฉริยะ"
สำนักพิมพ์ WeLEARN
แปลจากหนังสือเรื่อง"The Little Book of Talent" ของ Daniel Coyle
หนังสือเกี่ยวกับเคล็ดลับที่ผู้เขียนสังเกตสังกามาจากโรงเรียนหรือแหล่งต่างๆที่สร้างเหล่าอัจฉริยะออกมาสู่วงการกีฬา ดนตรี ศิลปะและอื่นๆ
ตัวอย่างส่วนใหญ่มาจากการฝึกนักกีฬาหรือศิลปิน แต่บางอันสามารถเอามาปรับใช้กับนักเรียน นักศึกษาหรือคนที่กำลังเตรียมตัวสอบได้ ก็เลยลองสรุปดู

ตั้งต้น
ข้อที่ คำอธิบาย สำหรับนักเรียน
#1 จับจ้องคนที่คุณอยากจะเป็น เพื่อกระตุ้นให้เกิดแรงจูงใจ ลองหาเพื่อนที่เก่งๆในห้องซักคนเพื่อเป็นแรงบันดาลใจว่าเราจะเก่งแบบนั้นให้ได้ (เก่งแต่โกงหรือเก่งแต่เห็นแก่ตัวนี่ไม่เอานะ)
#2 ใช้เวลาวันละ 15  นาทีเพื่อประทับทักษะลงในสมอง ตั้งอกตั้งใจเฝ้าดูทักษะที่ต้องการฝึกฝนซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนภาพของมันประทับอยู่ในใจอย่างชัดเจน ดูมันเข้าไป แต่อย่าออกนอกหน้า เดี๋ยวเค้าจะคิดว่ามีใจ 555
#3 อย่าอายที่จะขโมย พัฒนาการทุกอย่างเป็นผลมาจากการซึมซับข้อมูลใหม่ๆและนำไปประยุกต์ใช้เท่านั้น ลองถามๆดูว่ามันมีวิธีเรียนวิธีคิดวิธีจดเลกเชอร์ยังไง เผื่อเราเอามาดัดแปลงใช้แบบของเราบ้าง
#4 จดบันทึก จดบันทึกผลงานในวันนี้ ไอเดียสำหรับวันพรุ่งนี้ และเป้าหมายสำหรับสัปดาห์ถัดไป
#5 ยอมดูเหมือนเป็นคนโง่ ลองเสี่ยงทำอะไรใหม่ๆบ้าง แม้จะผิดพลาดและดูโง่
#6 เรียบง่ายดีกว่าหรูหรา สถานที่ที่เรียบง่ายจะช่วยให้เรามีสมาธิมากขึ้น
ความสบายจะทำให้เราลดความพยายามลง
สถานที่เรียนไม่ต้องหรูเลิศไฮโซมากก็ได้ ง่ายๆพื้นๆก็พอ
#7 ต้องการฝึกทักษะทางตรงหรือทักษะทางอ้อม ทักษะทางตรง(hard skill)เน้นความแม่นยำในการทำซ้ำ
ทักษะทางอ้อม(soft skill)เน้นการมองแบบแผนให้ออกและตอบสนองต่อสถานการณ์ตามหลัก3Rคือประเมิน(Reading) เล็งเห็น(Regognizing) และตอบสนอง(Reacting)
ทักษะทางตรงน่าจะพวกความรู้หรือสูตรพื้นฐาน ส่วนทักษะทางอ้อมน่าจะวิธีประยุกต์ใช้กับโจทย์ละมั้ง
#8 วิญญาณช่างไม้ฝีมือประณีตสำหรับทักษะทางตรง ใส่ใจทุกรายละเอียด
ทำอย่างถูกต้องแม่นยำ(ตั้งแต่ตอนแรกๆ)
ให้ความสำคัญกับเทคนิคพื้นฐาน
ความรู้พื้นฐานเราต้องเป๊ะ สูตรต้องจำได้แม่นไม่ผิดเพี้ยน
#9 วิญญาณนักสเก็ตบอร์ดสำหรับทักษะทางอ้อม ทำซ้ำในสถานการณ์หลากหลายรูปแบบ
สำรวจทุกแง่มุม
เรียนรู้จากสิ่งที่เกิดขึ้น
อย่ากังวลกับความผิดพลาด
ลองทำโจทย์หลายๆรูปแบบ สังเกตดูว่าแบบไหนเราพลาดบ่อย แล้วพลาดเพราะอะไร ที่ถูกต้องควรจะเป็นยังไง
#10 ยกย่องทักษะทางตรง ทักษะทางตรงเป็นรากฐาน ส่งผลต่อความเก่งกาจในระยะยาวมากกว่า
ทักษะทางตรงเหมือนลำต้น ทักษะทางอ้อมเหมือนกิ่งก้านสาขา ลำต้นต้องแข็งแรงก่อนถึงจะแผ่กิ่งก้านสาขาออกไปได้
ความรู้พื้นฐานเอาให้เป๊ะ ไม่งั้นตอนไปประยุกต์ใช้จะหลงไปผิดทิศผิดทางได้
#11 อย่าเชื่อเรื่องเก่งแต่เกิด การฉายแววตั้งแต่อายุยังน้อยไม่ได้บ่งชี้ความสำเร็จในอนาคต เชื่อมั่นว่าตัวเองทำได้ ถ้าคิดว่าโง่กว่าคนอื่นก็พยายามให้มากกว่า
#12 กฏ 5 ข้อในการเลือกผู้ฝึกสอน 1) อย่าเลือกคนที่ทำให้รู้สึกสบายใจและมีความสุข
2) เลือกคนที่ทำให้หวั่นเกรงนิดๆ
3) เลือกคนที่ให้คำแนะนำสั้นๆแต่ชัดเจน
4) มองหาคนที่ชอบปูพื้นฐาน
5) ถ้าทุกอย่างเท่ากันหมด เลือกคนที่มีอายุมากกว่า
พัฒนาทักษะ
#13 ค้นหาจุดกลมกล่อม จุดที่อยู่สุดขอบความสามารถ จุดที่พยายามอีกนิดก็จะสำเร็จแล้ว
#14 ลืมเรื่องเวลาไปซะ การฝึกฝนวัดกันที่จำนวนครั้งที่ดิ้นรนพยายามจนสำเร็จ ไม่ได้วัดกันที่เวลา ตั้งเป้าหมายการทบทวนบทเรียนด้วยจำนวนครั้ง ไม่ใช่ด้วยเวลา เช่นนับกันว่าทำโจทย์ให้ถูกวันละกี่ข้อ
#15 แบ่งทักษะออกเป็นส่วนย่อยๆ ค่อยๆทำไปทีละน้อย เพราะมันสอดคล้องกับกระบวนการเรียนรู้ของสมอง แบ่งเนื้อหาในบทเป็นส่วนย่อยๆ
#16 ขัดเกลาทักษะให้สมบูรณ์แบบวันละหนึ่งส่วนย่อย เป้าหมายไม่ใช่แค่ฝึกซ้อมจนครบเวลาที่กำหนด แล้วค่อยๆทำความเข้าใจไปทีละส่วน
#17 จงตะเกียกตะกาย เพื่อสร้างความเชื่อมโยงใหม่ๆในสมอง
ยิ่งเจ็บใจยิ่งแข็งแกร่ง
ทำโจทย์หรือทบทวนบทที่เรายังทำไม่ได้หรือยังไม่เข้าใจ อย่ามัวแต่ทำส่วนที่ทำได้แล้วมานั่งสบายใจว่าทำได้เยอะ
#18 ซ้อมวันละ 5 นาทีดีกว่าสัปดาห์ละ 1 ชั่วโมง สมองเติบโตทีละน้อยอยู่ตลอดเวลา
ถึงเวลาจะน้อยแต่ให้จดจ่ออย่างเต็มที่และคอยมองหาจุดผิดพลาด
ทำให้การฝึกซ้อมกลายเป็นนิสัย(ใช้เวลาอย่างน้อย30วัน)
ฝึกทุกวัน ทบทวนทุกวัน วันละนิด(หรือวันละมากก็ได้ถ้าไหว)
#19 คิดว่ามันเป็นเกม เกมน่าสนุก ต่อเนื่องและน่าตื่นเต้น
การฝึกซ้อมจำเจ ไร้จุดหมาย ซ้ำซาก น่าเบื่อ ไร้ชีวิตชีวา
คิดเกมสนุกเล่น หาเรื่องให้รางวัลตัวเองบ้าง อย่างเช่นตั้งเป้าหมายว่าจะทำโจทย์ให้ถูกติดต่อกัน 50 ข้อ ถ้าทำได้จะได้กินขนม ไรงี้
#20 ฝึกซ้อมตามลำพัง เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการค้นหาจุดกลมกล่อมและสร้างวินัยในตัวเอง ทุกอย่างขึ้นอยู่กับตัวเอง ฝึกฝนคนเดียว แล้วทำคะแนนดีๆให้เพื่อนมันเซอไพรส์เล่นๆ หุๆๆๆ
#21 คิดเป็นภาพ ง่ายต่อการทำความเข้าใจ จดจำและทำตาม ลองสรุปเนื้อหาของแต่ละบทให้เป็นภาพ คิดซะว่าตัวเองเป็นใบ้หรือกำลังสอนให้คนหูหนวก สิ่งที่ทำได้คือวาดรูป
#22 แก้ไขทันทีที่เกิดข้อผิดพลาด อย่าเพิกเฉยและแกล้งทำเป็นไม่มีอะไร
จงใส่ใจและแก้ไขความผิดพลาดแต่อย่าฝังใจ
เมื่อทำโจทย์ผิด ให้ดูเฉลยทันทีว่าเราทำผิดตรงไหน แล้ววิธีที่ถูกคืออะไร
#23 นึกภาพสายส่งข้อมูลในสมอง สร้างความเชื่อมโยงใหม่ๆในสมองและเพิ่มความแข็งแกร่งให้มัน
ความผิดพลาดคือเครื่องมือในการพัฒนาทักษะ
#24 นึกภาพสายส่งข้อมูลทำงานเร็วขึ้น
#25 ฝึกในที่แคบๆ ข้อจำกัดสร้างสถานการณ์ที่บีบคั้นและทำให้ต้องดิ้นรนตลอดเวลา สำหรับนักเรียนอาจจะเป็นการทำโจทย์ในเวลาที่จำกัดก็ได้ ทำให้ต้องดิ้นรนคิดให้เร็วขึ้น
#26 ฝึกซ้อมแบบเต่าคลาน ไม่ต้องรีบเป็นให้เร็ว
ฝึกซ้อมช้าๆจะทำให้มองเห็นข้อผิดพลาดได้ชัดเจนขึ้น
อย่าโดดเข้าหาสูตรลัดทันทีโดยไม่เข้าใจพื้นฐาน
#27 หลับตา เพื่อกำจัดสิ่งรบกวนสมาธิ หลับ...ไม่ใช่ อาจจะลองหลับตานึกทบทวนบทเรียนในหัวก็ได้
#28 ทำท่าทางเหมือนแสดงละครใบ้ ตัดส่วนเกินออกไป จดจ่อกับสิ่งที่มีความสำคัญที่สุด
#29 ทำเครื่องหมายไว้ทุกครั้งที่ทำถูกต้อง ทุกครั้งที่ทำได้ถูกต้อง ให้หยุดนิ่งแล้วนึกย้อนกลับไปว่าทำได้อย่างไร โจทย์ใหม่ๆหรือโจทย์ยากๆที่ทำได้ถูก ลองทบทวนขั้นตอนดูอีกทีว่าแก้โจทย์ยังไง
#30 หลับซักงีบ ช่วยให้สมองเรียนรู้ได้ดีขึ้น เพิ่มความแข็งแกร่งให้กับความเชื่อมโยงในสมองที่พึ่งสร้างขึ้นจากการฝึกซ้อม
เตรียมสมองให้พร้อมสำหรับการฝึกซ้อมครั้งต่อไป
ตามนั้น หลับให้พอ อย่าฝืน (ซึ่งหมายความว่า ควรเตรียมตัวสอบแต่เนิ่นๆ อย่ามาเร่งสปีดกันตอนใกล้ๆสอบ)
#31 ทำแบบสุดโต่งเมื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ การทำอะไรแบบสุดโต่งช่วยให้เรารู้ว่าขอบเขตที่เหมาะสมอยู่แค่ไหน
#32 จดจ่อกับเป้าหมาย จดจ่อกับเป้าหมาย ไม่ใช่ความผิดพลาด
การวางกรอบในแง่บวก(positive framing)
เช่น ฉันจะทำให้ได้เกรดสี่ทุกวิชา ไม่เอาเป้าหมายแบบฉันจะไม่เป็นที่โหล่
#33 ปิดหนังสือ อ่านรอบเดียว ปิดหนังสือแล้วสรุปออกมา เพื่อเพิ่มการดิ้นรนในการ
(1) จับประเด็น
(2) ประมวลผลและจัดระเบียบ
(3) เขียนลงกระดาษ
ยิ่งดิ้นรนมาก ยิ่งเรียนรู้มาก
ตามนั้น
#34 เทคนิคประกบคู่ ทำสิ่งที่ถูกต้อง ทำสิ่งที่ผิด ทำสิ่งที่ถูกต้องซ้ำอีกครั้ง
เพื่อเน้นย้ำสิ่งที่ถูกต้องและมองเห็นข้อผิดพลาดได้ชัดเจนขึ้น
#35 ฝึก3พัก10 สมองจะสร้างความเชื่อมโยงได้ดีขึ้นถ้าถูกกระตุ้น 3 ครั้ง
ฝึกซ้อม 3 รอบ พัก 10 นาทีระหว่างรอบ
ตามนั้น อาจจะทำโจทย์ 3 ชุด ระหว่างชุดก็พักซัก 10 นาที (ไม่ใช่ทำโจทย์ข้อนึงแล้วพัก 10 นาทีนะ - -;)
#36 คิดค้นแบบฝึกหัดประจำวัน เพื่อให้สามารถประเมินความก้าวหน้าได้ต่อเนื่อง ลองคิดดูเล่นๆขำๆ ถ้าทำได้ก็ให้รางวัลตัวเองนิดนึง
#37 R.E.P.S. การฝึกฝนที่ดีควรจะมี
การดิ้นรนพยายามและทำซ้ำ(Reaching and Repeating)
การดึงความสนใจ(Engagement)
ความสอดคล้อง(Purposefulness) และ
ข้อมูลป้อนกลับที่เร็วและชัดเจน(Strong, Speedy Feedback)
#38 หยุดก่อนหมดแรง ความอ่อนเพลียทำให้สมองทำงานช้าลง ตามนั้น อย่าหักโหม
#39 ฝึกทันทีหลังจากแข่งเสร็จ ช่วยให้แก้ไขข้อผิดพลาดได้อย่างตรงจุด เพราะยังจำได้ว่าพลาดตรงไหน อันนี้สำคัญ หลังจากสอบเสร็จ ไม่ใช่มานั่งพักผ่อนชิลๆ แต่ให้กลับไปทบทวนบทเรียนส่วนที่คิดว่าทำพลาด
#40 image training ก่อนเข้านอน นึกภาพว่าตัวเองกำลังใช้ทักษะที่ปรารถนาได้อย่างสมบูรณ์แบบ ข้อดีคืออาจทำให้ฝันดีได้ในระหว่างนอน 555
#41 ปิดท้ายการซ้อมด้วยสิ่งโปรดปราน ให้รางวัลเล็กๆน้อยๆกับตัวเอง หนังโป๊ซักเรื่อง ขนมซักชิ้น หรือโทรคุยกับแฟน
#42 หนทางสู่การเป็นผู้สอนที่ดี 1) สร้างความเชื่อใจภายในไม่กี่วินาทีแรกที่พบกับผู้เรียน
2) ให้ข้อมูลที่กระชับและชัดเจน
3) อย่าใช้คำพูดที่คลุมเครือ
4) กำหนดตัวชี้วัดการเรียนรู้
5) สร้างสภาพแวดล้อมที่กระตุ้นให้เกิดความพยายาม
6) ทำให้ผู้เรียนยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง
เผื่อว่าถ้าน้องไปรับงานสอนพิเศษก็เอาหลักการพวกนี้มาใช้ได้
รักษาความก้าวหน้า
#43 เปิดใจรับการทำซ้ำ การทำซ้ำเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังในการพัฒนาทักษะ ทำโจทย์ซ้ำๆได้ไม่ตายหรอก
#44 เป็นคนใช้แรงงาน ทุ่มเทเวลาให้กับการฝึกฝนอย่างจริงจัง ถ้าคิดว่าตัวเองโง่กว่าคนอื่น ก็จงใช้เวลาให้มากกว่าคนอื่น
#45 อัตราส่วน5:1 ฝึก5แข่ง1 อันนี้ไม่ค่อยเกี่ยว
#46 สร้างนิสัยดีๆแทนการแก้นิสัยแย่ๆ สมองเก่งในการสร้างความเชื่อมโยงใหม่ๆ แต่ไม่เก่งในการทำลายความเชื่อมโยงที่เกิดขึ้นแล้ว
ทุ่มเทพลังไปสร้างนิสัยดีๆ อย่ารีบร้อน ทำใจยอมรับความงี่เง่าของตัวเองในช่วงแรกๆ
#47 ฝึกฝนด้วยการสอนผู้อื่น เราจะเข้าใจอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้นเวลาสอนผู้อื่น ตามนั้น ผลข้างเคียงคือเราจะเป็นที่รักของเพื่อนๆ จะไม่มีใครมาว่าเราหวงวิชา ถ้าเป็นคนทำงาน ผลดีคืองานจะไม่มามะรุมมะตุ้มอยู่ที่เราคนเดียว
#48 ให้เวลาอย่างน้อย8สัปดาห์ การสร้างและขัดเกลาวงจรประสาทต้องใช้เวลา ฝึกไปเรื่อยๆแม้จะยังไม่รู้สึกว่าเก่งขึ้น ใจร่มๆ ค่อยๆใช้เวลาฝึกฝน เดี๋ยวก็เก่งเอง
#49 เมื่อติดหล่ม จงเปลี่ยนเกียร์ ภาวะย่ำอยู่กับที่เกิดขึ้นเมื่อสมองพัฒนาทักษะไปจนถึงขั้นใช้ทักษะได้โดยอัตโนมัติ
ให้เปลี่ยนวิธีฝึกฝนเพื่อก่อกวนและกระตุ้นสมอง(เช่นทำให้เร็วขึ้น ทำให้ช้าลง)
#50 บ่มเพาะความทรหด ความทรหดจะสร้างความแตกต่างในระยะยาว
#51 เก็บเป้าหมายไว้เป็นความลับ จะช่วยสร้างแรงจูงใจได้มากขึ้น อุบเงียบไว้ อย่าบอกใครจนกว่าจะทำได้ ให้มันเซอไพรส์เล่นๆ 555
#52 คิดแบบคนสวน ทำแบบช่างไม้ คิดอย่างใจเย็นและไม่ด่วนตัดสิน
ทำอย่างต่อเนื่องและมีกลยุทธ
ต้องมีกลยุทธที่ถูกต้องนะ ไม่งั้นเสียเวลาเปล่า ว่างๆก็มานั่งทบทวนกลยุทธหรือแนวทางการเรียนการจัดเวลาก็ดีเหมือนกันนะ

5 ความคิดเห็น: